Ch3Thailand Logo

เหยื่อ Cyberbullying เพิ่มขึ้น นักวิชาการแนะรับมืออย่างรู้เท่าทัน

เปิดอ่านแล้ว 26 ครั้ง


ในงานสัมมนา “Cyberbullying ฆ่ากันตายด้วยปลายนิ้ว” ของหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งมี ดร.ธนชาติ จันทร์เวโรจน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร และ ผศ.ดร.กาญจนา มีศิลปะวิกกัย อาจารย์ประจำหลักสูตร ร่วมเป็นประธานในพิธีการเปิดงานสัมมนาครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามทางโซเชียลมีเดียและสร้างการตื่นตัวแก่ผู้ใช้ โดยเฉพาะในเรื่องของการเคารพสิทธิมนุษยชนของบุคคลอื่น ซึ่งมีวิทยากรด้านวิชาการ ดร.มฤษฏ์ แก้วจินดา ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา หัวหน้าภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธันชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล (ดีเจบุ๊คโกะ) นนทพร ธีระวัฒนสุข (หญิงแย้) และจิรายุ ละอองมณี (เก้า) ร่วมเสวนาในครั้งนี้ ดำเนินรายการโดยกรสุมา เจียมสระน้อย


ดร.มฤษฏ์ แก้วจินดา กล่าวว่า Cyberbullying มาพร้อมกับเทคโนโลยีเมื่อ 15-20 ปี มาแล้ว ซี่งที่ผ่านมาสังคมไม่ค่อยให้ความสำคัญ เพิ่งจะมาให้ความสำคัญในยุคนี้ และกลุ่มที่ให้ความสำคัญยังคงมีน้อย ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อปี 2559 พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70 เคยถูกรังแกผ่านโลกไซเบอร์ด้วยรูปแบบ ต่าง ๆ ได้แก่ การถูกนินทา ด่าทอ ล้อเลียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น ทั้งนี้ปัญหา Cyberbullying เป็นปัญหาที่ใหญ่มากและเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับ Cyberbullying แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. ผู้เห็นเหตุการณ์ 2. เหยื่อ และ 3. ผู้กระทำ บางคนก็เป็นได้ทั้ง 3 กลุ่ม ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ “เหยื่อ” โดยเฉพาะกับบุคคลสาธารณะ เช่น ดารา นักแสดง นักร้อง เป็นต้น กลุ่มนี้ถือว่าเป็นเป้านิ่ง ส่วน “กลุ่มผู้กระทำและผู้เห็นเหตุการณ์” แบ่งเป็นคนใกล้ตัวและผู้ที่ตั้งใจแกล้ง ซึ่งคนใกล้ตัวเป็นกลุ่มคนที่เป็นสาเหตุหลักที่เกิดการทำร้ายทางโลกออนไลน์โดยไม่รู้ตัว เพราะบางครั้งไม่คิดว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็น Cyberbullying คิดเพียงเป็นเรื่องสนุกของผู้กระทำ โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของเหยื่อ ซึ่งเหยื่ออาจจะรู้สึกน้อยใจ จนบางครั้งก็นำมาซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด มองโลกในแง่ร้าย และคิดว่าไม่สามารถไว้ใจใครได้อีก และหากเข้าขั้นนี้ต้องได้รับการเยียวยา

ส่วนวิธีการรับมือหากตกเป็นเหยื่อคือ ใช้ความนิ่งและสงบให้มากที่สุด หรือที่เรียกว่า “การตระหนักรู้” เพื่อหาวิธีแก้ไขวิกฤติหรือปัญหานั้นๆ ด้วยการใช้ความรู้และเหตุผล เนื่องจากเวลาที่เหยื่อได้รับรู้ข้อมูลในทางลบหรือเท็จ สมองส่วนอารมณ์จะทำงานทันที จึงไม่เป็นการดีที่จะใช้อารมณ์ในการโต้ตอบ ทั้งนี้ ดร.มฤษฏ์ ยังได้ให้คำแนะนำว่า เมื่อตกเป็นเหยื่อแล้วให้กำลังใจตนเองเป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางกลับกัน บางคนอาจจะมองหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (กลไกทางจิตที่เป็นอัตโนมัติ) จนกลายเป็นนิสัยและไม่มองความเป็นจริง

ด้านดีเจบุ๊คโกะ เผยว่า ตนเองมีภูมิคุ้มกันมากพอเพราะตนเองตกเป็นเหยื่อตั้งแต่เข้าวงการดีเจ ซึ่งตนเองมีวิธีจัดการคือ การนิ่งและสงบ หลังจากนั้นจะให้ผู้จัดการส่วนตัวที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองเป็นฝ่ายจัดการปัญหาทั้งหมด และยังได้ให้คำแนะนำด้วยว่า คนเราใช้ความคิดของตนเองอย่างเดียวไม่ได้ต้องฟังคนอื่นด้วย

ส่วนหญิงแย้ กล่าวว่า เวลาที่ตนเองตกเป็นเหยื่อนั้น จะมีวิธีจัดการของตนเองคือการร้องไห้แต่ไม่โต้ตอบ ซึ่งการร้องไห้เป็นกลไกของตนเอง ส่วนตัวเมื่อรู้ว่าผิดก็จะออกมาขอโทษ เช่น กรณีโพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ขณะที่ เก้า จิรายุ ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์และมองว่า เพศชายเป็นเพศที่มีการกลั่นแกล้งกันเพื่อความสนุกสนานมากกว่าเพศหญิง ด้วยความคึกคะนองและไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา ดังนั้น เวลาจะทำหรือพิมพ์อะไรควรคิดถึงจิตใจของคนอื่นเสมอ


Channel3 Apps
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family
Mello.me
YouTube Ch3Thailand

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android